วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มารยาทการกินที่น่าจดจำของชาวจีน



มารยาทการกินที่น่าจดจำของชาวจีน

ชนชาติจีนเป็นหนึ่งใน 3 ชนชาติที่เป็นเจ้าแห่งวัฒนธรรมการกิน อีก 2 ชนชาตินั้น ได้แก่ กรีก และโรมัน อาหารนานาชนิด ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ได้รับอิทธิพล การกินจากประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ เช่น เส้นสปาเก็ตตี้ที่เรากินกันอยู่นี้ก็มีกำเนิดมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวของจีนนั่นเอง เมื่อเริ่มมี การติดต่อซื้อขายกันฝรั่งได้ชิมรสของ ก๋วยเตี๋ยวเกิดติดใจจึงนำสูตรการทำไปเผยแพร่ในประเทศของตน และปรับปรุงดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรม ของตนจนเกิดเป็นอาหารเส้นต่างๆมากมาย และแพร่หลายไปทั่วโลกจนเกิดความเข้าใจผิดว่าเส้นสปาเก็ตตี้ และเส้นมักกะโรนี ทั้งหลายมีต้นตำรับ เป็นชนชาติยุโรป

ชนชาติจีนนี้เป็นชนชาติแรกที่รู้จักการใช้ไฟทำให้อาหารสุก รู้จักการเลี้ยงสัตว์ การปลูกผักเพื่อนำมาเป็นอาหาร และการนำโลหะมาประดิษฐ์ ขึ้นเป็นภาชนะหุงต้ม นี่เป็นส่วนแรกที่บอกได้ว่าคนจีนให้ความสำคัญต่อการกินเป็นอย่างมาก ชาวจีนมีเคล็ดลับการปรุงอาหารมากมาย รวมทั้งอาหาร ต่างๆ ส่วนใหญ่ยังเป็นยาชั้นยอดอีกด้วย สิ่งที่มีความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ มารยาทการกินอาหารของคนจีน จากตำราว่าด้วยธรรมเนียม การกินของคนจีนสมัยโบราณที่ถือกันมานานเป็นพันปี กำหนดไว้ว่า


ถ้าแขกที่ได้รับเชิญไปกินอาหารมีตำแหน่งราชการต่ำกว่าผู้เป็นเจ้าภาพ ก่อนจะนั่งโต๊ะ ผู้น้อยที่เป็นแขก ควรแสดงความไม่บังควรที่จะร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ จะนั่งลงได้ก็ต่อเมื่อผู้ใหญ่คะยั้นคะยอ

อย่าเพิ่งลงมือกินจนกว่าจะเห็นผู้ใหญ่ใช้ตะเกียบคีบอาหารชิ้นแรกเข้าปาก และเมื่อจะคีบอาหารกินบ้าง ก็ต้องเลือก ชิ้นที่เล็ก และอร่อยน้อยที่สุด อย่าเลือกชิ้นอร่อยที่สุดเช่นส่วนที่เป็นหัวพุงหัวมันกินก่อนเป็นอันขาด เพราะเป็นการ เสียมารยาทอย่างร้ายแรง จะได้กินของดีที่สุดในจานหนึ่ง ๆ ก็จะต้องคอยจนกว่าจะเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ ที่คนต่ำยศกว่า เราเชิญไปกิน

ถ้าเจ้าภาพไม่เชิญดื่มสุราล้างปากระหว่างจาน อย่ายกแก้วหรือจอกขึ้นดื่มเองโดยลำพังเป็นอันขาด ต้องคอยให้ ผู้มีอาวุโสเขาชวนดื่มจึงค่อยดื่ม

เวลากินอาหารไม่ควรส่งเสียงดัง ไม่ควรใช้ฟันหน้าแทะกระดูกกันในโต๊ะอาหาร และชิ้นปลาที่กัดแล้ว ไม่มีการวาง กลับลงในจานจะต้องกินทั้งชิ้น โดยเลือกเอาแต่ชิ้นที่กินได้พอดีคำ

เนื้อสัตว์ที่ต้ม ตุ๋น หรือทอดจนนุ่ม หรือกรอบแล้ว สามารถใช้ฟันกัดแบ่งกินทีละคำได้ แต่ถ้าเป็นเนื้อที่แห้งเหนียว ต้องใช้มีดตัดให้ขาดเป็นชิ้นเสียก่อน แล้วจึงใช้ตะเกียบคีบเข้าปาก การฉีกเนื้อเหนียวด้วยมือ แล้วป้อนเข้าปากนั้น ถือเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ

มารยาทการกินที่น่าจดจำของชาวจีน

กฎอีกข้อที่เห็นจะลืมกล่าวไปไม่ได้นั่นคือ เมื่อกินซุปจะต้องไม่เติมอะไรเลย เว้นแต่น้ำซุปหูหลามที่เขาเอาน้ำส้มจิ๊กโฉ่มาให้เติม ถ้าใครเติม ซอสใดๆ ลงไปในซุป เจ้าของบ้านจะขอโทษ และบอกว่า "หมดสติปัญญาที่จะปรุงซุปที่รสชาติดีกว่านี้ไว้รับรองท่าน" นั้นหมายถึงว่า ซุปถ้วยนั้นๆ เป็นซุปที่เจ้าของบ้านบรรจงทำอย่างสุดฝีมือแล้ว หากเราเติมซอสปรุงรสใดๆจึงเสมือนการดูถูกฝีมือของเจ้าบ้าน

นอกจากนี้ยังมีธรรมเนียมต่างๆ อีกมากมายซึ่งในปัจจุบันได้ลดความเข้มข้นลงบ้างแล้ว แต่ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นสิ่งน่าจดจำ เพราะเป็นวัฒนธรรม อันดีงาม และเรายังสามารถกล่าวได้เต็มปากด้วยว่าประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางอาหารอย่างแท้จริง


บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี



ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%

8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย

9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้
ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาหารที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคมะเร็ง

วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็งอการไม่ให้เซลล์มะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

- น้ำตาลคืออาหารของมะเร็งการตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่ง อาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลล์มะเร็ง สารทดแทนน้ำตาล อย่างเช่น'นิวตร้าสวน ''อีควล''สปูนฟูล' ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือ น้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อย ๆ เท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ 'แบรก อมิโน ' หรือเกลือทะเลแทนนมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือกโดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหารเซลล์มะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลล์มะเร็งไม่ได้รับอาหาร


- เซลล์ล์มะเร็งเติบโตได้ดีในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรดอาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้นดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุดรองลงไปคือรับประทานไก่ แทนเนื้อและหมูในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อฮอร์โมนที่ สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์และเชื้อปรสิต บางประเภทตกค้างอยู่ซึ่งล้วนเป็นอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง
ที่ดีที่สุดคือ งดหรือรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง เพราะจะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพง โปรตีนที่ห่อหุ้มเซลล์ล์มะเร็งและช่วย ให้เซลล์ล์ของร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น

- อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้พืชจำพวกหัวเมล็ดถั่วเปลือกแข็งและผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่างอาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่วน้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลล์ภายใน15นาทีเพื่อบำรุงร่างกายและ
ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ล์ที่ดีให้พยายามดื่มน้ำผักสด
และรับประทานผักสดดิ 2-3 ครั้งต่อวัน

- หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช็อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง

- สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน (สาร IP6[inositolhexaphosphate หรือ phyticacid], สาร Flor-essence, สาร Essiac,สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนซ์,วิตามิน ,เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลล์ของร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหาร อื่น ๆ เช่นวิตามินอีทำให้เกิดการตายลงของเซลล์หรือกำหนดระยะเวลา การตายของเซลล์ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัด เซลล์ที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

บริการด้านอาหาร .. คลิกที่นี่


วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เคยนับดูเล่น ๆ ไหมคะว่า วันหนึ่ง ๆ เราต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละกี่ชั่วโมง เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานหญิงของออฟฟิศแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน นิยมสวมหน้ากากกันทั่วออฟฟิศ เพราะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 4-5 ชั่วโมง สำหรับคนทำงานอย่างเรา ๆ ฟังแล้วก็ได้เวลาสังเกตตัวเองแล้วว่า มีปัญหาสุขภาพบ้างหรือเปล่า ลองมาเช็คอาการ พร้อมกับดูอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายกันเลยค่ะ

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนล้า กล้ามเนื้อเกร็ง ตึง

ควรรับประทาน บร็อกโคลีปลากินทั้งกระดูก เพราะมีแคลเซียมที่จำเป็นต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท และต่อการเกร็งคลายกล้ามเนื้อ และควรรับประทาน ผักโขม ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ที่มีแมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

ตาอ่อนล้า ตาพร่ามัว

ควรรับประทาน คะน้า พริก ผักปวยเล้ง มันเทศ ผักหวานบ้าน ตำลึง เพราะมีลูเทอินและซีแซนทิน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของศูนย์จอตา ลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อมตาได้ นอกจากนี้ควรรับประทาน แครอท ผักปวยเล้ง ฟักทอง เพราะมี เบตาแคโรทีน มีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตา

มีปัญหาผิวหน้า

หากมีปัญหาผิวหน้า เช่น มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และสงสัยเหมือนสาว ๆ ที่ประเทศจีนว่า อาจเกิดจากรังสีจากคอมพิวเตอร์ ควรรับประทาน ผักผลไม้สีสดทุกชนิด เพื่อเพิ่มสารต้านออกซิเดชั่น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารเย็นที่ย่อยง่าย และรสไม่จัด เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่หนัก ทำให้เริ่มวันใหม่อย่างสบายตัว

เมื่อกินถูกแล้ว ก็อย่าลืมออกกำลังกายช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงด้วยนะคะ

ขอบคุณที่มาจาก นิตยสารชีวจิต

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

การป้องกันอาการปวดตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ : http://brightlives.th.88db.com/health/health_neuralgia.htm

สีของผักผลไม้ให้คุณค่าต่างกัน :http://brightlives.th.88db.com/health/health_vegetable.htm


วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไอเดียเก๋ ๆ สำหรับเจ้าของร้านกาแฟ


นอกจากกลิ่นหอมที่เย้ายวน และรสชาติกาแฟละมุนลิ้นแล้ว เจ้าของร้านกาแฟที่อยากมีลูกค้าแน่นร้านก็ควรจะมีไอเดียเก๋ ๆ ในการตกแต่งร้านเพื่อดึงดูดลูกค้าด้วย

1. ตกแต่งร้านกาแฟให้มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นการดึงดูดคอกาแฟทั้งหลายให้กลับมาใช้บริการใหม่ในครั้งต่อไป หรือหากเป็นร้านกาแฟที่อยู่ในเมืองตามตึกสำนักงานต่างๆก็อาจจะมีมุมพักผ่อนให้ผู้ที่เข้ามาดื่มกาแฟได้คลายเครียดจากหน้าที่
การงานในระหว่างวัน

2. ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โปรโมชั่นในการเรียกลูกค้าอยู่เสมอ ซึ่งเราก็แค่คิดและพิมพ์ใบโปรโมชั่นใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง จะทำเป็นแบบรายวัน รายเดือน รายสัปดาห์ หรือจะเป็นการ์ดใบเล็กก็ได้ แปะไว้ที่กระจกหน้าร้าน ตั้งเอาไว้ให้หยิบได้โดยง่าย หรือจะใส่กรอบตั้งไว้ที่โต๊ะกาแฟก็ได้ไม่ว่ากัน

3. สั่งกาแฟทางแฟกซ์ ส่วนมากพนักงานที่ทำงานอยู่ตามออฟฟิศต่าง ๆ ภายในตึก ก็มักจะโทรศัพท์สั่งกาแฟครั้งละหลาย ๆ แก้ว ทำให้คุณต้องมานั่งเสียเวลาจดใบออเดอร์ใหม่ทุกครั้ง และที่สำคัญสำนักงานส่วนใหญ่จะมีเครื่องแฟกซ์ตั้งเอาไว้งานอยู่แล้ว เราก็อาจปรับเปลี่ยนไปใช้ใบรายการสั่งกาแฟพร้อมราคาของร้านเราแทนนำไปตั้งไว้ที่ออฟฟิศของลูกค้าเพื่อให้สามารถแฟกซ
ใบสั่งกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆของพนักงานทั้งในออฟฟิศมายังร้านเราได้เลยในครั้งเดียวช่วยลดความผิดพลาดในการจดข้อมูล
ที่ไม่ถูกต้องได้อีกด้วย แถมยังช่วยให้คุณสะดวกต่อการรับลูกค้าที่มารอรับบริการที่หน้าร้านของเราได้เหมือนเดิมอีกต่างหาก สะดวกดีใช่ไหมล่ะ

4. พิมพ์คูปองสำหรับสะสมแต้มสำหรับลูกค้า เพื่อนำมาแลกกาแฟแก้วต่อไปฟรี กลยุทธ์มัดใจลูกค้าเจ้าประจำด้วยการสะสมแต้มถือว่าใช้ได้ผลดีสุด ๆ เพราะคอกาแฟก็มักต้องจะซื้อกาแฟเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ยิ่งได้ของฟรี ลูกค้าก็ยิ่งจะพยายามสะสมแต้มให้ครบตามกำหนดเพื่อ จะได้นำมาแลกกาแฟแก้วแห่งความภูมิใจแก้วนั้น จริงไหมล่ะ กลยุทธ์นี้รับรองว่าได้ใจลูกค้าไปเต็ม ๆ

ตอนนี้ก็ถึงเวลาปรับกลยุทธ์ร้านกาแฟของคุณแล้วล่ะ...


บริการด้านอาหาร .... คลิกที่นี่

ผู้ติดตาม