วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มารยาทการกินที่น่าจดจำของชาวจีน



มารยาทการกินที่น่าจดจำของชาวจีน

ชนชาติจีนเป็นหนึ่งใน 3 ชนชาติที่เป็นเจ้าแห่งวัฒนธรรมการกิน อีก 2 ชนชาตินั้น ได้แก่ กรีก และโรมัน อาหารนานาชนิด ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ได้รับอิทธิพล การกินจากประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ เช่น เส้นสปาเก็ตตี้ที่เรากินกันอยู่นี้ก็มีกำเนิดมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวของจีนนั่นเอง เมื่อเริ่มมี การติดต่อซื้อขายกันฝรั่งได้ชิมรสของ ก๋วยเตี๋ยวเกิดติดใจจึงนำสูตรการทำไปเผยแพร่ในประเทศของตน และปรับปรุงดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรม ของตนจนเกิดเป็นอาหารเส้นต่างๆมากมาย และแพร่หลายไปทั่วโลกจนเกิดความเข้าใจผิดว่าเส้นสปาเก็ตตี้ และเส้นมักกะโรนี ทั้งหลายมีต้นตำรับ เป็นชนชาติยุโรป

ชนชาติจีนนี้เป็นชนชาติแรกที่รู้จักการใช้ไฟทำให้อาหารสุก รู้จักการเลี้ยงสัตว์ การปลูกผักเพื่อนำมาเป็นอาหาร และการนำโลหะมาประดิษฐ์ ขึ้นเป็นภาชนะหุงต้ม นี่เป็นส่วนแรกที่บอกได้ว่าคนจีนให้ความสำคัญต่อการกินเป็นอย่างมาก ชาวจีนมีเคล็ดลับการปรุงอาหารมากมาย รวมทั้งอาหาร ต่างๆ ส่วนใหญ่ยังเป็นยาชั้นยอดอีกด้วย สิ่งที่มีความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ มารยาทการกินอาหารของคนจีน จากตำราว่าด้วยธรรมเนียม การกินของคนจีนสมัยโบราณที่ถือกันมานานเป็นพันปี กำหนดไว้ว่า


ถ้าแขกที่ได้รับเชิญไปกินอาหารมีตำแหน่งราชการต่ำกว่าผู้เป็นเจ้าภาพ ก่อนจะนั่งโต๊ะ ผู้น้อยที่เป็นแขก ควรแสดงความไม่บังควรที่จะร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ จะนั่งลงได้ก็ต่อเมื่อผู้ใหญ่คะยั้นคะยอ

อย่าเพิ่งลงมือกินจนกว่าจะเห็นผู้ใหญ่ใช้ตะเกียบคีบอาหารชิ้นแรกเข้าปาก และเมื่อจะคีบอาหารกินบ้าง ก็ต้องเลือก ชิ้นที่เล็ก และอร่อยน้อยที่สุด อย่าเลือกชิ้นอร่อยที่สุดเช่นส่วนที่เป็นหัวพุงหัวมันกินก่อนเป็นอันขาด เพราะเป็นการ เสียมารยาทอย่างร้ายแรง จะได้กินของดีที่สุดในจานหนึ่ง ๆ ก็จะต้องคอยจนกว่าจะเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ ที่คนต่ำยศกว่า เราเชิญไปกิน

ถ้าเจ้าภาพไม่เชิญดื่มสุราล้างปากระหว่างจาน อย่ายกแก้วหรือจอกขึ้นดื่มเองโดยลำพังเป็นอันขาด ต้องคอยให้ ผู้มีอาวุโสเขาชวนดื่มจึงค่อยดื่ม

เวลากินอาหารไม่ควรส่งเสียงดัง ไม่ควรใช้ฟันหน้าแทะกระดูกกันในโต๊ะอาหาร และชิ้นปลาที่กัดแล้ว ไม่มีการวาง กลับลงในจานจะต้องกินทั้งชิ้น โดยเลือกเอาแต่ชิ้นที่กินได้พอดีคำ

เนื้อสัตว์ที่ต้ม ตุ๋น หรือทอดจนนุ่ม หรือกรอบแล้ว สามารถใช้ฟันกัดแบ่งกินทีละคำได้ แต่ถ้าเป็นเนื้อที่แห้งเหนียว ต้องใช้มีดตัดให้ขาดเป็นชิ้นเสียก่อน แล้วจึงใช้ตะเกียบคีบเข้าปาก การฉีกเนื้อเหนียวด้วยมือ แล้วป้อนเข้าปากนั้น ถือเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ

มารยาทการกินที่น่าจดจำของชาวจีน

กฎอีกข้อที่เห็นจะลืมกล่าวไปไม่ได้นั่นคือ เมื่อกินซุปจะต้องไม่เติมอะไรเลย เว้นแต่น้ำซุปหูหลามที่เขาเอาน้ำส้มจิ๊กโฉ่มาให้เติม ถ้าใครเติม ซอสใดๆ ลงไปในซุป เจ้าของบ้านจะขอโทษ และบอกว่า "หมดสติปัญญาที่จะปรุงซุปที่รสชาติดีกว่านี้ไว้รับรองท่าน" นั้นหมายถึงว่า ซุปถ้วยนั้นๆ เป็นซุปที่เจ้าของบ้านบรรจงทำอย่างสุดฝีมือแล้ว หากเราเติมซอสปรุงรสใดๆจึงเสมือนการดูถูกฝีมือของเจ้าบ้าน

นอกจากนี้ยังมีธรรมเนียมต่างๆ อีกมากมายซึ่งในปัจจุบันได้ลดความเข้มข้นลงบ้างแล้ว แต่ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นสิ่งน่าจดจำ เพราะเป็นวัฒนธรรม อันดีงาม และเรายังสามารถกล่าวได้เต็มปากด้วยว่าประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางอาหารอย่างแท้จริง


บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี



ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%

8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย

9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้
ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาหารที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคมะเร็ง

วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็งอการไม่ให้เซลล์มะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

- น้ำตาลคืออาหารของมะเร็งการตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่ง อาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลล์มะเร็ง สารทดแทนน้ำตาล อย่างเช่น'นิวตร้าสวน ''อีควล''สปูนฟูล' ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือ น้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อย ๆ เท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ 'แบรก อมิโน ' หรือเกลือทะเลแทนนมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือกโดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหารเซลล์มะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลล์มะเร็งไม่ได้รับอาหาร


- เซลล์ล์มะเร็งเติบโตได้ดีในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรดอาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้นดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุดรองลงไปคือรับประทานไก่ แทนเนื้อและหมูในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อฮอร์โมนที่ สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์และเชื้อปรสิต บางประเภทตกค้างอยู่ซึ่งล้วนเป็นอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง
ที่ดีที่สุดคือ งดหรือรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง เพราะจะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพง โปรตีนที่ห่อหุ้มเซลล์ล์มะเร็งและช่วย ให้เซลล์ล์ของร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น

- อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้พืชจำพวกหัวเมล็ดถั่วเปลือกแข็งและผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่างอาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่วน้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลล์ภายใน15นาทีเพื่อบำรุงร่างกายและ
ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ล์ที่ดีให้พยายามดื่มน้ำผักสด
และรับประทานผักสดดิ 2-3 ครั้งต่อวัน

- หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช็อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง

- สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน (สาร IP6[inositolhexaphosphate หรือ phyticacid], สาร Flor-essence, สาร Essiac,สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนซ์,วิตามิน ,เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลล์ของร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหาร อื่น ๆ เช่นวิตามินอีทำให้เกิดการตายลงของเซลล์หรือกำหนดระยะเวลา การตายของเซลล์ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัด เซลล์ที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

บริการด้านอาหาร .. คลิกที่นี่


วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เคยนับดูเล่น ๆ ไหมคะว่า วันหนึ่ง ๆ เราต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละกี่ชั่วโมง เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานหญิงของออฟฟิศแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน นิยมสวมหน้ากากกันทั่วออฟฟิศ เพราะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 4-5 ชั่วโมง สำหรับคนทำงานอย่างเรา ๆ ฟังแล้วก็ได้เวลาสังเกตตัวเองแล้วว่า มีปัญหาสุขภาพบ้างหรือเปล่า ลองมาเช็คอาการ พร้อมกับดูอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายกันเลยค่ะ

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนล้า กล้ามเนื้อเกร็ง ตึง

ควรรับประทาน บร็อกโคลีปลากินทั้งกระดูก เพราะมีแคลเซียมที่จำเป็นต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท และต่อการเกร็งคลายกล้ามเนื้อ และควรรับประทาน ผักโขม ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ที่มีแมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

ตาอ่อนล้า ตาพร่ามัว

ควรรับประทาน คะน้า พริก ผักปวยเล้ง มันเทศ ผักหวานบ้าน ตำลึง เพราะมีลูเทอินและซีแซนทิน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของศูนย์จอตา ลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อมตาได้ นอกจากนี้ควรรับประทาน แครอท ผักปวยเล้ง ฟักทอง เพราะมี เบตาแคโรทีน มีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตา

มีปัญหาผิวหน้า

หากมีปัญหาผิวหน้า เช่น มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และสงสัยเหมือนสาว ๆ ที่ประเทศจีนว่า อาจเกิดจากรังสีจากคอมพิวเตอร์ ควรรับประทาน ผักผลไม้สีสดทุกชนิด เพื่อเพิ่มสารต้านออกซิเดชั่น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารเย็นที่ย่อยง่าย และรสไม่จัด เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่หนัก ทำให้เริ่มวันใหม่อย่างสบายตัว

เมื่อกินถูกแล้ว ก็อย่าลืมออกกำลังกายช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงด้วยนะคะ

ขอบคุณที่มาจาก นิตยสารชีวจิต

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

การป้องกันอาการปวดตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ : http://brightlives.th.88db.com/health/health_neuralgia.htm

สีของผักผลไม้ให้คุณค่าต่างกัน :http://brightlives.th.88db.com/health/health_vegetable.htm


วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไอเดียเก๋ ๆ สำหรับเจ้าของร้านกาแฟ


นอกจากกลิ่นหอมที่เย้ายวน และรสชาติกาแฟละมุนลิ้นแล้ว เจ้าของร้านกาแฟที่อยากมีลูกค้าแน่นร้านก็ควรจะมีไอเดียเก๋ ๆ ในการตกแต่งร้านเพื่อดึงดูดลูกค้าด้วย

1. ตกแต่งร้านกาแฟให้มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นการดึงดูดคอกาแฟทั้งหลายให้กลับมาใช้บริการใหม่ในครั้งต่อไป หรือหากเป็นร้านกาแฟที่อยู่ในเมืองตามตึกสำนักงานต่างๆก็อาจจะมีมุมพักผ่อนให้ผู้ที่เข้ามาดื่มกาแฟได้คลายเครียดจากหน้าที่
การงานในระหว่างวัน

2. ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โปรโมชั่นในการเรียกลูกค้าอยู่เสมอ ซึ่งเราก็แค่คิดและพิมพ์ใบโปรโมชั่นใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง จะทำเป็นแบบรายวัน รายเดือน รายสัปดาห์ หรือจะเป็นการ์ดใบเล็กก็ได้ แปะไว้ที่กระจกหน้าร้าน ตั้งเอาไว้ให้หยิบได้โดยง่าย หรือจะใส่กรอบตั้งไว้ที่โต๊ะกาแฟก็ได้ไม่ว่ากัน

3. สั่งกาแฟทางแฟกซ์ ส่วนมากพนักงานที่ทำงานอยู่ตามออฟฟิศต่าง ๆ ภายในตึก ก็มักจะโทรศัพท์สั่งกาแฟครั้งละหลาย ๆ แก้ว ทำให้คุณต้องมานั่งเสียเวลาจดใบออเดอร์ใหม่ทุกครั้ง และที่สำคัญสำนักงานส่วนใหญ่จะมีเครื่องแฟกซ์ตั้งเอาไว้งานอยู่แล้ว เราก็อาจปรับเปลี่ยนไปใช้ใบรายการสั่งกาแฟพร้อมราคาของร้านเราแทนนำไปตั้งไว้ที่ออฟฟิศของลูกค้าเพื่อให้สามารถแฟกซ
ใบสั่งกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆของพนักงานทั้งในออฟฟิศมายังร้านเราได้เลยในครั้งเดียวช่วยลดความผิดพลาดในการจดข้อมูล
ที่ไม่ถูกต้องได้อีกด้วย แถมยังช่วยให้คุณสะดวกต่อการรับลูกค้าที่มารอรับบริการที่หน้าร้านของเราได้เหมือนเดิมอีกต่างหาก สะดวกดีใช่ไหมล่ะ

4. พิมพ์คูปองสำหรับสะสมแต้มสำหรับลูกค้า เพื่อนำมาแลกกาแฟแก้วต่อไปฟรี กลยุทธ์มัดใจลูกค้าเจ้าประจำด้วยการสะสมแต้มถือว่าใช้ได้ผลดีสุด ๆ เพราะคอกาแฟก็มักต้องจะซื้อกาแฟเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ยิ่งได้ของฟรี ลูกค้าก็ยิ่งจะพยายามสะสมแต้มให้ครบตามกำหนดเพื่อ จะได้นำมาแลกกาแฟแก้วแห่งความภูมิใจแก้วนั้น จริงไหมล่ะ กลยุทธ์นี้รับรองว่าได้ใจลูกค้าไปเต็ม ๆ

ตอนนี้ก็ถึงเวลาปรับกลยุทธ์ร้านกาแฟของคุณแล้วล่ะ...


บริการด้านอาหาร .... คลิกที่นี่

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กินแกงกระตุ้นความจำ

กินแกงกระตุ้นความจำ

ครื่องเทศสำคัญในแกงเหลืองอย่างขมิ้น สามารถลดความเสี่ยง การเกิดโรคทางประสาท และลดผลกระทบจากโรคเกี่ยวกับ ระบบเส้นประสาท อย่าง อัลไซเมอรได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ นักวิจัยยังยืนยัน ถึงประสิทธิภาพยอดเยี่ยมของเครื่องเทศ ในการต่อสู้กับปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ศัตรูร้ายทำลายเซลล์สมอง โดยเฉพาะในหน่วยความจำอวัยวะ

สมองจำต้องสร้างยีนที่ชื่อว่า Hemeoxygenase-1( HO-1) ขึ้นมาเพื่อต่อกรกับออกซิเดชั่น และยีนตัวนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ สมองถูกกระตุ้นเท่านั้น และสารกระตุ้นดังกล่าวก็พบมากในขมิ้นนั่นเอง นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยคาตาเนียในอิตาลี และนิวยอร์ก ยืนยันถึง ประสิทธิภาพของสารสำคัญในขมิ้นที่มีผลต่อการกระตุ้นยีน HO-1 ว่าช่วยยับยั้งไม่ให้เซลล์สมองถูกทำลาย โดยออกซิเดนท์ ได้เป็นอย่างดี

เมื่อสมองเกิดสภาวะออกซิเดชั่น เซลล์สมองจะเกิดการอักเสบ และค่อยๆ ตายไปในที่สุด ส่งผลให้เซลล์เนื้อเยื่อ ของเส้นประสาท ถูกทำลาย และนำไปสู่โรคความจำสื่อม หรืออัลไซเมอร์ ขมิ้นจึงไม่เพียง แต่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าว เท่านั้น แต่ยังบำรุงสมอง เราให้เฉียบคมตามอายุ ที่เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ในประเทศอินเดีย แหล่งเครื่องเทศสำคัญของโลก และนิยมใช้ขมิ้น เป็นส่วนประกอบอาหาร มีการทดลองเพื่อค้นหา คุณประโยชน์ของขมิ้น ที่นอกเหนือไปจากสรรพคุณ ในการลดความเสี่ยง ของโรคอัลไซเมอร์ อย่างกว้างขวาง และพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในขมิ้น เป็นกุญแจสำคัญ ในการถนอมอาหาร นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เมนูอาหารแต่โบราณหลายๆ จาน มีขมิ้นเป็นส่วนประกอบ อีกทั้งยังได้สี กลิ่น และรสชาติเป็นของแถม

บรรดาเครื่องเทศต่างๆ นั้นมีสารปฏิชีวนะป้องกัน การเจริญเติบโตของเชื้อโรค ในอาหารได้มากกว่า เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เม็ดสี ในเครื่องเทศคือ ส่วนที่มีสารปฏิชีวนะดังกล่าว นักวิจัยจากศูนย์โรคอัลไซเมอร์แห่งมหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ระบุว่า ขมิ้นมีสารสำคัญ ที่ไม่พบในเครื่องเทศชนิดอื่น ในการยับยั้งไม่ให้ไม่ให้เกิดกลุ่มก้อนโปรตีนเล็กๆ ในสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เรียกว่า Amyloid Plaquesโดยสารในขมิ้นจะเข้าผ่ากลางกลุ่มโปรตีนดังกล่าวไม่ให้รวมตัวกัน

ดร. Sally Frautschy ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชาแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ แนะนำให้รับประทานขมิ้นให้ได้ 200 มิลลิกรัม ต่อครั้ง อาทิตย์ละสี่ครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย ขณะเดียวกัน เรายังพบสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ในเครื่องเทศชนิดอื่น อย่างขิง และอบเชย ซึ่งให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับขมิ้น รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ให้แก่เซลล์สมอง ได้เป็นอย่างดีเมื่อเราอายุมากขึ้น ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น จะโจมตีเซลล์สมองมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสมองเป็น ที่เปราะบาง และไวต่อการถูกทำลายจากปฏิกิริยาดังกล่าว มากกว่าส่วนอื่นๆ


รู้อย่างนี้แล้ว มื้อต่อไปต้องมีแกงขึ้นสำรับแล้วล่ะ


ขอบคุณ โหระพา.คอม




บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

10 ของอร่อยหากินยาก

10 ของอร่อยหากินยาก


สังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พลอยทำให้อาหารบางชนิดใกล้สูญพันธุ์และหากินยากขึ้นทุกที ฉบับนี้เลยชวนคุณไปลิ้มรสอาหารหากินยากเหล่านั้นซึ่งอาจไม่คุ้นลิ้นคนสมัยใหม่นักแต่รับรองว่าต้อง
อร่อยถูกใจ
  1. ข้าวห่อใบบัว
    เป็นอาหารจีนซึ่งนิยมทำในงานจัดเลี้ยงต่างๆ ใช้ใบบัวมาห่อข้าวแล้ว นำไปนึ่ง ข้าวห่อใบบัวที่ดีเม็ดข้าว ต้องร่วน แต่ไม่แข็ง และต้องมี เม็ดบัว กุนเชียง เนื้อไก่ กุนเชียง และกุ้งแห้ง ที่สำคัญคือ ข้าวต้องมีกลิ่นหอม ใบบัว

    ภัตตาคาร อัน อัน เหลา อยู่ฝั่งเดียวกัน และติดกับ JAVENUE (ซ.ทองหล่อ 15) เปิดขายทุกวัน มื้อกลางวันเปิด 11.00-14.30 น. มื้อเย็นเปิด 17.00-22.00 น. โทรศัพท์ 0-2392-6447 0-2712-6859
    ร้านหรั่งศรีโรจน์ ตลาด 100 ปี สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. โทรศัพท์ 0-1456-7915

  2. กะลอจิ๊
    อาหารกินเล่นของคนจีน ที่ต้องนำแป้งสุกก้อนกลม มาจี่บนกระทะร้อนๆ กลิ้งไปมา ส่วนที่สุกเหลืองเกรียม ก็จะใช้กรรไกรตัด เป็นชิ้นสามเหลี่ยมพอคำ คลุกกับน้ำตาลบดกับงาขาว และงาดำคั่ว ขนมที่ดี ต้องมีกลิ่นหอม เนื้อแป้งนุ่มเหนียว ผิวนอกกรอบ เพราะต้องทอดไหม้ๆ จึงจะอร่อย

    ร้านกะลอจิ๊ตลาดบ้านใหม่ ตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ( ร้านเป็นรถเข็นติดกับ ร้านขนมกุ้ยช่ายจิระพร ) เปิดเฉพาะวัน เสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. โทรศัพท์ 086-816-7371

  3. หมูโสร่ง และไก่โสร่ง
    เป็นของวางไทยที่พิถีพิถัน โดยนำหมูสับละเอียดมาผสมกับ รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียด จากนั้นนำเส้นหมี่ซั่วต้มสุกมาพันให้รอบ ความยากอยู่ที่วิธีการทอดให้ใส้ในสุกโดยที่เส้นหมี่ด้านนอกไม่ไหม้

    ร้านต้นเครื่อง ปากซอยทองหล่อ 13 มีที่จอดรถในร้าน ถ้าเต็มให้จอดรถที่อาคารโฮมเพลซ ฟรี เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00-22.30 น. โทรศัพท์ 0-2391-8703 0-2391-8719
    ร้านไก่โสร่งหน้าวัดปรมัยยิกาวาส (เกาะเกร็ด) หน้าวัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เปิดวัน เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 6.00-18.00 น. โทรศัพท์ 081-423-2919

  4. ขนมจีนไหหลำ
    เป็นอาหารของคนจีนไหหลำ ซึ่งไม่แพร่หลายในเมืองไทยนัก ความอร่อยของเมนูนี้ ที่เนื้อต้องตุ๋นให้นุ่มได้ที่ น้ำซุปที่ข้นเหนียว รสต้องกลมกล่อมไม่หวาน และชูโรงด้วยน้ำจิ้มกะปิ ตามแบบฉบับไหหลำ

    ร้านสวนสนมีสองสาขา สาขาใหญ่ อยู่ในซอยตรงข้าม สถานทูตอังกฤษ ถ.เพลินจิต (หน้าซอยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา) โทรศัพท์ 0-2250-1699 สาขาย่อยตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก ซ.9 ฝั่งตรงข้ามกับสนามม้านาเลิ้ง โทรศัพท์ 0-2281-7266 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-20.00 น. หยุดช่วงเทศกาล สงกรานต์ ตรุษจีน สารทจีน และปีใหม่

  5. ขนมอินทนิล
    อินทนิลเป็นขนมที่ทำยาก เพราะต้องอาศัยการกวนตัวขนมนาน และต้องพักตัวขนม ที่ได้ไว้ข้ามคืน จึงจะนำมาใช้ได้ ขนมที่ดีเนื้อต้องเหนียวนุ่ม หวานเล็กน้อย แป้งต้องสุกไม่เป็นไตแข็ง น้ำกะทิต้องหอมกลิ่นคัว เทียน และดอกไม้

    ร้านสมทรงโภชนา (มีขนมอินทนิลขายเฉพาะวันจันทร์)
    ร้านอยู่หลังป้อมพระสุเมรุ ในซอยวัดสังเวช ถ.พระอาทิตย์ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 09.30-16.00 น. หยุดวันเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ และ เทศกาลกินเจ โทรศัพท์ : 0-2282-0972

  6. ประกิมเผือก
    ประกิมเผือกนั้นทำไม่ค่อยแพร่หลายเหมือนประกิมไข่เต่า วิธีทำคือนำเผือกนึ่งมายีให้ละเอียด แล้วนวดกับกะทิ แป้งมัน ให้ได้ที่ นำมาคลึงเป็นแผ่นหั่นเป็นเส้นพอคำ นำไปต้ม เนื้อขนมที่ดีต้อง เหนียว นุ่ม และ หอมกลิ่นเผือก

    ครัวนพรัตน์ (ประกินมเผือกขายเฉพาะวันจันทร์ - พุธ - ศุกร์) อยู่ตรงข้ามป้อมพระสุเมรุ ถ.พระอาทิตย์ เปิดร้านทุกวันเวลา 10.30-21.00 น. โทรศัพท์ 0-2281-7578

  7. ข้าวแช่มอญ
    คนมอญนิยมทำข้าวแช่ ถวายพระในช่วงสงกรานต์ ข้าวแช่แบบมอญแท้ๆ มีกับข้าว 8 อย่าง ได้แก่ กะปิทอด หมูฝอย ยำมะม่วง กระเทียมดองผัดไข่ หัวไชโป๊วฝอยผัดหวาน จ๊าดวุ่น (ผักบุ้งจักเป็นเส้นๆ ผัดแห้ง รสคล้ายแกงเทโพ) เนื้อผัดกะทิ ถั่วดำกวนกะทิ กินกับข้าวซึ่งลอยน้ำดอกไม้ ปัจจุบันหากินยากมาก

    ร้านแก่นจันท์ (ทำข้าวแช่มอญเฉพาะช่วยฤดูร้อน และทางร้านจะงดทำสองเมนู คือ เนื้อผัดกะทิ และถั่วดำกวนกะทิ)
    ร้านตั้งอยู่ในเกาะเกร็ดตระการตา ลงจากเรือให้เดินไปด้านซ้ายมือเลียบกำแพงโรงเรียนไป ร้านจะตั้งอยู่หัวมุมเลี้ยวพอดี เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น. โทรศัพท์ 0-2584-5019

  8. ปลาแนม
    ปลาแนมสูตรดั้งเดิม นอกจากมีวัตถุดิบหลักแล้ว ต้องใส่มะพร้าวขูดขาวนึ่ง โรยด้วยพริกแห้งเม็ดใหญ่ และกระเทียมดองหั่นฝอย ผสมน้ำ และผิวส้มซ่าด้วย จึงถือว่าครบ ปลาแนมที่ดีเนื้อต้องร่วน แห้ง ไม่เหนียว ติดกันเป็นก้อน วิธีกินคล้ายเมี่ยงกับใบทองหลาง และใบชะพลู

    ร้านคุณป้ามีนาไส้กรอกปลาแนม
    ร้านเป็นร้านตั้งโต๊ะ ถ้ามาจากหอสมุดแห่งชาติร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ ก่อนข้ามสะพานไปตลาดเทเวศน์ บริเวณหน้าร้านสุวิมล ข้าวหมกไก่ เปิดทุกวันอังคาร-ศุกร์ และวันอาทิตย์ หยุดวันเสาร์ โทรศัพท์ 089-509- 7430

  9. พระรามลงสรง (คนจีนเรียก ซาแต้)
    ระบุไม่แน่ชัดว่าเป็นอาหารที่มาจากจีน หรือมลายู ความอร่อยอยู่ที่ น้ำราด ซึ่งทำจาก ถั่วลิสง งา เครื่องแกง และกะทิ รสคล้ายกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ เมื่อจะกินตักราดบนเนื้อหมู และผักบุ้งลวก เพิ่มน้ำพริกเผาใส่ลง ไปอีกครั้ง

    ร้านต้นเครื่อง ปากซอยทองหล่อ 13 มีที่จอดรถในร้าน ถ้าเต็มให้จอดรถที่อาคารโฮมเพลซ ฟรี เปิด ทุกวันตั้งแต่ 11.00- 22.30 น. โทรศัพท์ 0-2391-8703 0-2391-8719
    รถเข็นพระรามลงสรง (ซาแต้) อาซิ่มเหมี่ยวเอ็ง แซ่กัง เป็นร้านรถเข็นตั้งอยู่ในเยาวราช ซ.10 (ซ.แปลงนาม) หน้าร้าน ก้วง ฮกกี่ (ขายกุนเชียง) ขายทุกวัน ตั้งแต่ 12.30 น.เป็นต้นไป เวลาปิดไม่แน่นอนโดยทั่วไปประมาณ 16.00 หยุดวันจันทร์ โทรศัพท์ 089-754-7548

  10. บาเยีย
    ของว่างที่กินกับชานม ของคนมุสลิม ทำจากถั่วเหลืองซีกบดหยาบ และละเอียดมาผสมกัน เติมเครื่องเทศ ปรุงรสนำไปทอดในน้ำมัน กินกับพริกแห้ง ต้นหอมสด และน้ำจิ้มถั่วลิสง

    ร้านบาเยียพาหุรัด รถเข็นตั้งอยู่ถัดเซ็นทรัลวังบูรพา บริเวณตู้ไปรษณีย์ แต่บางครั้ง ย้ายไปขายฝั่งตรงข้าม หน้าร้านเจริญพร ร้านเปิด ทุกวัน ตั้งแต่ 10.30-15.30 น. โทรศัพท์ 089-074-4116

บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่

Diet ง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น

เคยสังเกตกันไหมว่า สาวญี่ปุ่นนอกจากจะคงความโนะเนะ น่ารักของวัยใสไว้ได้ จนกระทั่งเข้าวัยกลางคนแล้ว เธอยังคง ทรวดทรง งดงามอ้อนแอ้น ตามแบบหญิงเอเชีย ไม่อ้วนเผละไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น หรือพกห่วงยางไว้ให้อุ่นใจ ยามเตร็ดเตร่ แถวชายทะเล เหมือนสาวประเทศอื่นๆ

พวกเธอมีเคล็ดลับอย่างไร ในการรักษาทรวดทรงองค์เอว ให้อ้อนแอ้นอรชร เหมือนสาวแรกรุ่น ตลอดเวลากันแน่ คำตอบง่ายๆ คือ วิธีการรับประทานอาหารของพวกเธอ ในแต่ละวันนั่นเอง เคล็ดลับที่จะนำเสนอนั้น นอกจากจะ ใช้ได้กับ อาหารญี่ปุ่นแล้ว ยังปรับใช้ได้กับอาหารไทยอีกด้วย

* เริ่มจากการเลือกถ้วยชามชาวญี่ปุ่น
ชื่อว่า ถ้วยชามที่เหมาะสม กับการรับประทานอาหารแต่ละมื้อ คือถ้วยชาม ที่มีสีออกแนวเอิร์ธโทน อย่างเช่น ขาว ดำ เทา เพราะอาหารเป็นสิ่งที่รังสรรค์ ขึ้นจากธรรมชาติ ความลงตัวของศิลปะ ในการกินจึงเป็นเรื่องสำคัญ
Diet ง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น

* นอกจากนั้น ถ้วยชามที่ใช้ควรมีขนาดเล็ก ไม่ควรใช้จานเปลใหญ่ในการตักอาหาร เพราะเป็นหลักจิตวิทยาว่า ถ้าคนเห็นอาหารเต็มชาม แม้ชามจะขนาดเล็กกว่าปกติ จะทำให้คนเราอิ่มได้เร็วขึ้น ดังนั้น ควรลดขนาดภาชนะบนโต๊ะอาหาร ลงเสียตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าไม่อยากให้ฮิปโปโปเตมัสเข้าใจว่าคุณเป็นผู้ให้กำเนิด

* การใช้ตะเกียบพุ้ยข้าว จะทำให้คุณกินข้าวได้ช้าลง และปริมาณน้อยลง เนื่องจาก สมองรับรู้ความอิ่ม หลังจากที่ ร่างกายอิ่มไปแล้ว ประมาณสิบนาที เมื่อคุณทานช้าลง ระยะเวลาสิบนาที ของการประสานงาน ระหว่างสมอง กับร่างกายจึงไม่มากพอ ทีจะทำให้คุณ ยัดทะนาน จนกระทั่งจุกนั่นเอง

* การกินอาหารหลากหลาย ประเภทพร้อมกับข้าว จะทำให้ร่างกายใช้พลังงาน ในการเผาผลาญมากขึ้น เนื่องจาก ความหลากหลาย ของพลังงานเผาผลาญ ให้ทำงานตลอดเวลา เพราะร่างกายจะคิดว่า มีอาหารชนิดใหม่เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรใช้ภาชนะขนาดเล็ก ตักกับข้าวหลากหลาย เพื่อรับประทานในหนึ่งมื้อ มากกว่าตักอาหาชนิดเดียว ใส่ชามอ่าง แม้จะอิ่มเหมือนกันแต่อ้วนไม่เหมือนกันแน่นอน
จะช่วยกระตุ้นระบบการ


ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Japanese Women Don’t Get Old or Fat: Secrets of My Mother’s Tokyo Kitchen โดย Naomi Moriyama


บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อาหารที่สาวออฟฟิศต้องการ

สาวทำงานอย่างเรา ต้องทำงานหนักทุกวัน อาหารที่กินเข้าไปจึงไม่ใช่เพื่อ แค่เลี้ยงปากท้องให้รอดไปวันๆ แต่ต้องเป็นพระเอก ที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ร่างกายเราต้องการด้วย

ธาตุเหล็ก
ผู้หญิงทุกคนควรทานตับ ไข่ และนมเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงนั้นของเดือน เพราะเวลาที่รอบเดือน ร่างกายจะสูญเสีย ธาตุเหล็กไปเพียบ นี่ล่ะคือสาเหตุว่าทำไมช่วงนั้นสาวๆ ถึงได้อารมณ์บูด เหนื่อยง่าย และไม่มีสมาธิเลย

น้ำมันปลา หรือโอเมก้า 3
ประโยชน์ของน้ำมันปลา นอกจากจะต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจ โรคไขข้อ และลดอาการซึมเศร้าแล้ว ยังช่วยบำรุงสมอง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องการมาก

ของหวานหลังมื้อเที่ยง
ปกติสาวสวยหุ่นสลิม อาจจะไม่อยากข้องแวะกับของหวาน แต่หลังจากมื้อกลางวันถ้าได้กินของหวานๆ ตบท้ายสักหน่อย จะช่วยทำให้กระปรี้กระเปร่าขึ้น

วิตามินบี

วิตามินบีเป็นอาหารที่มนุษย์ทำงานจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้วปวง เพราะมันคือ ยาเพิ่ม ความกระฉับกระเฉง ตามธรรมชาติ ถ้าทำงานมาจนล้าแล้ว หาขนมปังโฮลวีต จมูกข้าว ถั่ว เมล็ดทานตะวัน นม กล้วย หรือส้ม มาเป็นตัวช่วยสักหน่อย รับรองตำแหน่งพนักงานดีเด่นไม่หลุดมือ

วิตามินซี
มีมากในผัก และผลไม้ทุกชนิด วิตามินซีเป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่ร่างกายเราต้องใช้ ในการสร้างฮอร์โมน ระงับความเครียด สาวๆ ที่เติมวิตามินซีให้ตัวเองอยู่เสมอ ถึงได้สดใสไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ผักใบเขียว
ไม่ว่าจะเป็นตำลึง คะน้า บร็อคโคลี กะหล่ำ ฯลฯ เป็นอาหารที่มีวิตามินบีสูง ช่วยเพิ่มความจำ และสร้างสมาธิ จะได้ทำงานกันอย่างไม่วอกแวก สาวสมาธิสั้น รีบมาตบเท้า เข้าชมรมคนรักผักใบเขียวกันเร็ว

น้ำใบบัวบก
ถึงจะเป็นน้ำที่หน้าตาบ้านๆ ไปหน่อย สำหรับสาวสมัยใหม่บางคน แต่ขอบอกว่านี่ล่ะ ..สุดยอดยาเพิ่มพลัง ใบบัวบกมีสรรพคุณ ช่วยเสริมสร้างความจำ ทำให้สมองทำงานดี แก้อ่อนเพลีย และช่วยให้ผ่อนคลาย เห็นมั้ย ..ของแบบนี้ดูกันแต่หน้าไม่ได้หรอก

ข้าวกล้อง

ในข้าวกล้องอุดมไปด้วยวิตามินบี และอีสูงปรี๊ด จึงเหมาะสำหรับสาวออฟฟิศ ที่ต้องใช้พลังสมองตลอดวัน แถมยังป้องกันโรคสมองเสื่อม ในอนาคตได้ด้วย

ถั่ว
การทำงานสมัยนี้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้เสียสายตาง่ายมาก แต่ถ้าทานถั่วบ่อยๆ ปัญหานี้ ลืมไปได้เลย เพราะถั่วมีวิตามินบี 2 ที่ช่วยบำรุงสายตา และฟื้นฟูสายตาที่เสื่อมไป ให้กลับมาอยู่ในสภาพดีเหมือนเดิม

น้ำผลไม้
สำหรับสาวที่ชีวิตนี้ขาดกาแฟไม่ได้ ก่อนจะดื่มกาแฟถ้วยต่อไป อย่าลืมจิบน้ำผลไม้ก่อนสักแก้ว เพราะการดื่มกาแฟ โดยไม่มีอะไรรองท้องเลย จะทำให้กาแฟหมดฤทธิ์เร็วมาก ไม่นานความกระปรี้กระเปร่า ที่เราต้องการก็หายไป และกลับมาง่วงซึมเหมือนเดิม

ดื่มน้ำ 8 แก้ว / วัน
เพราะสาวงานทำงานต้องนั่งตากแอร์ในออฟฟิศทั้งวัน ผิวพรรณก็เลยมักจะแห้ง แต่การดื่มน้ำ จะคืนความใสกิ๊ง ให้คุณได้ ... ใครว่าคนทำงานต้องโทรมเสมอไป

ไม่ทานอาหารเค็ม และมันจัดในมื้อเที่ยง
เพราะเกลือ และไขมันมักจะมาสะสมอยู่ตามร่างกาย ทำให้อ้วน อึดอัด ไม่กระฉับกระเฉง เสียชื่อสาวเก่ง คล่องงานอย่างเราหมด


ขอขอบคุณที่มาจาก Spicy

บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่



วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

10 อาหารเสริมน่ารู้ สำหรับผู้ชาย

การจะเลือกซื้ออาหารเสริมให้กับตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ชายหลายคนคิดจะสรรหาวิตามินนับร้อย มากินคู่กับ อาหารมื้อหลัก เพื่อชดเชยสภาวะขาดแคลนปริมาณสารอาหาร คนหนุ่มอีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าวิตามิน หรืออาหารเสริม จะช่วยป้องกันโรคบางอย่าง ไม่ต่างกับการสร้างภูมิต้านทาน

ถ้าการมุ่งหน้าไปร้านขาย ยาเพื่อซื้ออาหารเสริมเพียงแค่ 1-2 ชนิด ทำให้คุณต้องวุ่นวาย กับข้อมูลจำนวนมาก จนไม่สามารถ จัดการกับข้อมูล หรืออาหารเสริมที่ต้องการได้ การสอบถามจากคนรอบตัว และการหาข้อมูลเพิ่มเติม จะช่วยคุณได้มากในขั้นตอน ของการตัดสินใจว่าอะไร คือ อาหารเสริม
ที่คุณต้องการจริง ๆ


1. กรดโฟลิก (Folic Acid)

มีคุณสมบัติ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลัน และอาการเส้นเลือด ในสมองแตกในผู้ชาย คุณจึงควรหันมาให้ความสนใจ กินอาหารที่มีกรดโฟลิก ซึ่งมีอยู่มากใน ผักใบเขียว ทุกชนิด หรือหากต้องการบริโภค อาหารเสริม ประเภทกรดโฟลิก การกินอาหารเสริมประเภทนี้ ตามคำแนะนำของแพทย์ จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

2. กระเทียม (Garlic)

ช่วยลดความดันเลือด ลดคอเลสเตอรอล ในร่างกาย และช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือดได้ นอกจากนี้การบริโภค กระเทียมเป็นประจำ จะให้ผลต้านไวรัส ช่วยลดความเสี่ยง ในเรื่องเส้นเลือดสมองแตก และลดความเสี่ยง ของการเกิด อาการหัวใจวาย และหากกิน กระเทียมชนิดสด หรือกระเทียมที่นำไปปรุงอาหาร เป็นประจำได้ จะเป็นการดีกว่า อาหารเสริมประเภทกระเทียม ควรจะเป็นทางที่สองสำหรับคุณ

3. สังกะสี (Zinc)

คุณอาจไม่ทราบว่าผู้ชายเป็นเพศที่สูญเสีย ปริมาณสังกะสีในร่างกายได้ง่าย เพราะทุกครั้ง ที่มีการหลั่งน้ำอสุจิ สังกะสีปริมาณ 5 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณ สังกะสีที่ร่างกายต้องการต่อวัน จะถูกขับออก จากร่างกาย ดังนั้นผลเสียที่ตามมาจากการที่ร่างกาย ขาดสังกะสีก็ คือความต้องการทางเพศลดลง และโอกาสที่จะเป็นหมันสูง รวมทั้งสูญเสียประสิทธิภาพในการดมกลิ่นและรับรส

แหล่งที่มาของอาหารเสริมชนิดนี้ได้แก่ อาหารทะเลจำพวกหอยนางรม ถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืช และเนื้อสัตว์ ส่วนข้อควรระวัง สำหรับการกินแร่ธาตุประเภทสังกะสีก็คือ ในกรณีที่คุณบริโภคสังกะสีมากกว่าวันละ 25 มิลลิกรัม เป็นประจำอาจเป็นสาเหตุ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ และท้องผูกตามมา

4. โสม (Ginseng)

มีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูพลังงานทั้งร่างกายและสภาวะจิตใจ เมื่อคุณอยู่ในอาการที่เคร่งเครียด โสมจะช่วยให้ ระดับกลูโคส อยู่ในระดับเป็นปกติ ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย ช่วยให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น จากการวิจัย โสมยังช่วยยืดอายุเซลล์ และมีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับฮอร์โมนเทส-โทสเตอโรนในเพศชายได้เป็นอย่างดี

5. น้ำมันปลา (Omega 3)

จากการศึกษาพบว่า โอเมก้า 3 มีกรดไขมันที่สำคัญหลายชนิดสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันเลือดสูง มีผลในการรักษาโรค ที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย

แหล่งที่มาของ
สารอาหาร
ประเภทน้ำมันปลาตามธรรมชาติ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาแมคคอเรล ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาซาร์ดีน และปลาที่มีไขมันต่ำ แต่หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป น้ำมันปลาก็จะเข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาล ซึ่งเป็นอันตราย สำหรับผู้ที่ป่วยเป็น โรคเบาหวาน

6. กลูโคซามีน ซัลเฟต (Glucosamine Sulfate)

มีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของไขข้อ การสร้างกระดูกอ่อน มีประสิทธิภาพในการป้องกันข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย สามารถช่วยซ่อมแซมไขข้อ กระดูกอ่อน บรรเทาอาการเอ็นยึด และอาการกระดูกสันหลังเคลื่อน มีประโยชน์อย่างมาก เมื่อใช้ในผู้ชายที่มีอาการปวดหลัง ข้ออักเสบ หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

7. สารสกัดจากผลปาล์มอเมริกันแคระ ซอว์ พาลเม็ตโต (Saw Palmetto)

สารสกัดจากผลปาล์มอเมริกันแคระ ช่วยบรรเทาอาการต่อมลูกหมากโตชนิดไม่รุนแรง และช่วยกระตุ้นการหดตัว ของต่อมลูกหมาก แต่ข้อเสียของสารสกัดชนิดนี้ คือผลข้างเคียงที่จะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น นอกจากนี้ หากยังไม่แน่ใจ ในวิธีการเลือกรับประทาน คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อน ที่จะซื้อหามาบริโภคด้วยตนเอง

8. แคตส์ คลอว์ (Cats Claw)

เป็นสารสกัดจากพืชชนิดหนึ่ง พบในอเมริกาใต้ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และกำจัดเซลล์ผิดปกติ แถมยังป้องกันการอักเสบการติดเชื้อไวรัส ป้องกัน มะเร็ง และช่วยให้การทำงาน ของเซลล์เม็ดเลือดขาวดีขึ้น

9. มิลค์ ทิสเซิล (Milk Thistle)

เป็นของเหลวจากพืชชนิดหนึ่ง ช่วยป้องกันตับเป็นพิษ จากปริมาณของแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป รวมทั้งช่วยสร้าง เซลล์ตับขึ้นมาใหม่ จากการที่ตับถูกทำร้ายด้วยไวรัส หรือตับเป็นพิษ ดังนั้น การกินมิลค์ ทิสเซิล มันน่าจะเหมาะสำหรับ ผู้ชาย ที่ชอบดื่มหนักเป็นประจำ

10. อาหารเสริมกลุ่มแอนติออกซิ-แดนท์ (Antioxidants)

อาหารเสริมกลุ่มนี้มีคุณสมบัติช่วยต้าน หรือลดการทำงานของอนุมูลอิสระ ไม่ให้เกิดการเผาผลาญ หรือไม่ให้เกิด การเปลี่ยนแปลงของร่างกายมากเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่ม เครื่องดื่มที่มี แอลกอฮอล์ รวมทั้งมลพิษต่างๆ ในสภาวะแวดล้อมที่คุณต้องเผชิญ อาหารเสริม ที่มีความจำเป็น ในการใช้เพื่อต่อต้าน สารอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินอี วิตามินซี และซีลีเนียม

นอกจากนี้ ผลการวิจัยจากหลายสถาบันยังกล่าวด้วยว่า ผู้ชายที่กินซีลีเนียมวันละ 200 มิลลิกรัมเป็นประจำ มีโอกาสเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ลำไส้ ปอด รวมทั้ง มะเร็ง อื่นๆ น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้กินซีลีเนียมเป็นประจำกว่าร้อยละ 50


บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่


วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เคล็ดลับปรุงกาแฟแคลอรีต่ำ

เคล็ดลับปรุงกาแฟแคลอรีต่ำ

ระหว่างวันของการทำงานที่รีบเร่ง กาแฟ ได้กลายเป็นเครื่องดื่ม เคียงข้างโต๊ะทำงานของหลายคน ซึ่งบางคนนิยม ดื่มกาแฟ แทนน้ำเปล่าก็ว่าได้ นับๆ ดูแล้วในแต่ละวัน บางคนอาจดื่มมากถึงวันละ 3-4 ถ้วยทีเดียว ซึ่งผลที่ตามมา ก็อาจทำให้คุณได้รับคาเฟอีน จากกาแฟเข้าไปเกินพิกัดได้

ไม่เพียงแต่ได้รับคาเฟอีนมากเกินไปแล้ว กาแฟแต่ละถ้วย ที่คุณชงดื่มนั้น ยังอาจให้พลังงานสูงเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ หากคุณเป็นคนที่ติดใจรสชาติ หวาน มัน หอมหวน ของกาแฟ ที่ผสมทั้งนม ครีม และน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็น กาแฟไทย ใส่นมข้น ที่ขายตามรถเข็นข้างทาง กาแฟภาพลักษณ์หรูหราอย่างคาปูชิโน (cappuccino) ที่อุดมด้วยครีมลอยฟ่อง หรือบางคนนิยม กาแฟผสมนมสด ที่เรียกกันว่า ลาเต้ (latte) แต่ละแบบ แต่ละรสชาติ ก็จะให้พลังงานตามส่วนผสมที่ปรุงเข้าด้วยกัน



เคล็ดลับปรุงกาแฟแคลอรีต่ำ
เคล็ดลับการปรุงกาแฟแคลอรี่ต่ำ





ใน Mayo Clinic Women’s HealthSource ได้ยกตัวอย่าง กาแฟลาเต้ ถ้วยขนาดใหญ่ ถ้วยหนึ่ง อาจให้พลังงานมากถึง 250–570 แคลอรี ซึ่งหากใครที่ดื่มกาแฟวันละหลายๆ ถ้วย โดยไม่คำนึงถึง แคลอรีเหล่านี้ คุณก็คงจะต้องรับแคลอรี จำนวนไม่น้อยเลย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพแน่ๆ เขาจึงได้แนะเคล็ดลับการดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ ดังนี้

1. หากในแต่ละวันคุณต้องดื่มกาแฟวันละหลายๆ ถ้วย ก็ควรเลือกถ้วยที่มีขนาดเล็กสักหน่อย ซึ่งการใช้ถ้วยกาแฟขนาด 8 ออนซ์ หรือ 12 ออนซ์ แทน mug ถ้วยโตๆ จะช่วยให้สามารถ ลดพลังงานได้ถึง 110 แคลอรีต่อครั้งเลยทีเดียว

2. การเติมความหอมมันให้กับกาแฟด้วยนมสด ชนิดพร่องไขมัน (low fat / fat free milk) แทนนมข้น หรือนมสดแบบธรรมดา จะช่วยลดปริมาณพลังงานได้อีกประมาณ 80 แคลอรี และลดไขมันได้ประมาณ 8 กรัมต่อถ้วย

3. ใช้สารให้ความหวานแทนการใช้น้ำตาล เพราะถ้าคุณดื่มกาแฟ 5 ถ้วยต่อวัน และใส่น้ำตาล 2 ช้อน ในแต่ละถ้วย นั้นเท่ากับว่าคุณจะได้รับแคลอรีเพิ่มขึ้น จากเดิมถึง 150 แคลอรีต่อวัน

4. ควรหลีกเลี่ยงที่จะเพิ่ม วิปครีมช็อกโกแลต น้ำเชื่อม หรือของหวานใดๆ ก็ตามลงในกาแฟของคุณ เพราะสิ่งเหล่านี้ มันประกอบไปด้วยแคลอรีจำนวนมาก ที่จะทำให้คุณอ้วนได้

เคล็ดลับปรุงกาแฟแคลอรีต่ำ

ลองนำเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ไปใช้ในกาแฟถ้วยโปรดของคุณ อาจช่วย ลดปริมาณแคลอรี ที่จะสะสมในร่างกาย ได้ไม่น้อยเลยค่ะ


ขอขอบคุณที่มาจาก Health Today


บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ร้านอาหาร Greyhound Cafés บริการอาหารไทย อาหารอิตาเลี่ยน พร้อมเครื่องดื่มและของหวาน

ร้านอาหาร Greyhound Cafés อาหารไทย อาหารอิตาเลี่ยน พร้อมเครื่องดื่มและของหวาน


Greyhound Cafés

Greyhound established in Thailand in 1980 with men's casual wear at Siam Center. Later, in 1990, our line of product expanded to women's wear and shortly followed by shoe, bag and accessories.

In 1997, Greyhound has added more aspects to its brand by expanding to food business.

The first Greyhound Café was opened at the Emporium shopping complex and became instantly famous. 2007 marked our 10th anniversary.

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ (Click)


ผู้ติดตาม